ภาษาไทย

ภาษาไทย  
เสียงอ่าน: /pʰaːsaːtʰaj/
พูดใน: ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว
จำนวนผู้พูด: 60-65 ล้านคน (ไม่รวมไทยถิ่นเหนือ อีสาน และไทยถิ่นใต้) 
อันดับ: 24
ตระกูลภาษา: ไท-กะได
 คำ-ไท
  บี-ไท
   ไท-แสก
    ไท
     ไทตะวันตกเฉียงใต้
      ไทกลาง-ตะวันออก
       เชียงแสน
        ภาษาไทย 
ระบบการเขียน: อักษรไทย 
สถานะทางการ
ภาษาทางการใน: ประเทศไทย
องค์กรควบคุม: ราชบัณฑิตยสถาน
รหัสภาษา
ISO 639-1: th
ISO 639-2: tha
ISO 639-3: tha
Indic script
บทความนี้มีอักษรในตระกูลอักษรพราหมีปรากฏอยู่ คุณอาจเห็นสัญลักษณ์อื่นแทนตัวอักษร หรือมองเห็นสระวางผิดตำแหน่ง หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่สามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้อง
สารานุกรมภาษา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมภาษา

ภาษาไทย เป็นภาษาราชการของประเทศไทย และภาษาแม่ของชาวไทย และชนเชื้อสายอื่นในประเทศไทย ภาษาไทยเป็นภาษาในกลุ่มภาษาไต ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของตระกูลภาษาไท-กะได สันนิษฐานว่า ภาษาในตระกูลนี้มีถิ่นกำเนิดจากทางตอนใต้ของประเทศจีน และนักภาษาศาสตร์บางท่านเสนอว่า ภาษาไทยน่าจะมีความเชื่อมโยงกับ ตระกูลภาษาออสโตร-เอเชียติก ตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต

ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับเสียงของคำแน่นอนหรือวรรณยุกต์เช่นเดียวกับภาษาจีน และออกเสียงแยกคำต่อคำ เป็นที่ลำบากของชาวต่างชาติเนื่องจาก การออกเสียงวรรณยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคำ และการสะกดคำที่ซับซ้อน นอกจากภาษากลางแล้ว ในประเทศไทยมีการใช้ ภาษาไทยถิ่นอื่นด้วย

เนื้อหา

[แก้] ชื่อภาษาและที่มา

คำว่า ไทย หมายความว่า อิสรภาพ เสรีภาพ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ ใหญ่ ยิ่งใหญ่ เพราะการจะเป็นอิสระได้จะต้องมีกำลังที่มากกว่า แข็งแกร่งกว่า เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก แม้คำนี้จะมีรูปเหมือนคำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤต แต่แท้ที่จริงแล้ว คำนี้เป็นคำไทยแท้ที่เกิดจากกระบวนการสร้างคำที่เรียกว่า 'การลากคำเข้าวัด' ซึ่งเป็นการลากความวิธีหนึ่ง ตามหลักคติชนวิทยา คนไทยเป็นชนชาติที่นับถือกันว่า ภาษาบาลีซึ่งเป็นภาษาที่บันทึกพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นภาษาอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล เมื่อคนไทยต้องการตั้งชื่อประเทศว่า ไท ซึ่งเป็นคำไทยแท้ จึงเติมตัว เข้าไปข้างท้าย เพื่อให้มีลักษณะคล้ายคำในภาษาบาลีสันสกฤตเพื่อความเป็นมงคลตามความเชื่อของตน ภาษาไทยจึงหมายถึงภาษาของชนชาติไทยผู้เป็นไทนั่นเอง

[แก้] ระบบเสียง

ระบบเสียงในภาษาไทยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

  1. เสียงพยัญชนะ
  2. เสียงสระ
  3. เสียงวรรณยุกต์

[แก้] พยัญชนะ

เสียงสัทอักษรพยัญชนะในภาษาไทย (เสียงแปร) มีอยู่ด้วยกัน 21 เสียงดังต่อไปนี้

  ริมฝีปาก
ทั้งสอง
ริมฝีปากล่าง
-ฟันบน
ปุ่มเหงือก หลังปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน ผนังคอ
เสียงกัก [ p ]
[ pʰ ]
ผ,พ
[ b ]
  [ t ]
ฏ,ต
[ tʰ ]
ฐ,ฑ*,ฒ,ถ,ท,ธ
[ d ]
ฎ,ฑ*,ด
    [ k ]
[ kʰ ]
ข,ฃ,ค,ฅ,ฆ
  [ ʔ ]
**
เสียงนาสิก   [ m ]
    [ n ]
ณ,น
      [ ŋ ]
 
เสียงเสียดแทรก   [ f ]
ฝ,ฟ
[ s ]
ซ,ศ,ษ,ส
        [ h ]
ห,ฮ
เสียงกึ่งเสียดแทรก       [ ʨ ]
[ ʨʰ ]
ฉ,ช,ฌ
     
เสียงรัวลิ้น       [ r ]
       
เสียงเปิด         [ j ]
ญ,ย
  [ w ]
 
เสียงข้างลิ้น       [ l ]
ล,ฬ
       
* ฑ สามารถออกเสียงได้ทั้ง [tʰ] และ [d] ขึ้นอยู่กับคำศัพท์
** เสียง [ʔ] มีปรากฏอยู่ในคำที่มีสระเสียงสั้นและไม่มีพยัญชนะสะกด

[แก้] สระ

เสียงสระในภาษาไทย (เสียงแท้) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ สระเดี่ยว และ สระประสม

สระเดี่ยว คือสระที่เกิดจากฐานเพียงฐานเดียว มีทั้งสิ้น 18 เสียง

  ลิ้นส่วนหน้า ลิ้นส่วนหลัง
ปากเหยียด ปากเหยียด ปากห่อ
สั้น ยาว สั้น ยาว สั้น ยาว
ลิ้นยกสูง [ i ]
-ิ
[ ]
-ี
[ ɯ ]
-ึ
[ ɯː ]
-ื
[ u ]
-ุ
[ ]
-ู
ลิ้นกึ่งสูง [ e ]
เ-ะ
[ ]
เ-
[ ɤ ]
เ-อะ
[ ɤː ]
เ-อ
[ o ]
โ-ะ
[ ]
โ-
ลิ้นกึ่งต่ำ [ ɛ ]
แ-ะ
[ ɛː ]
แ-
    [ ɔ ]
เ-าะ
[ ɔː ]
-อ
ลิ้นลดต่ำ [ a ]
-ะ, -ั
[ ]
-า
       

จากตารางสามารถอธิบายถึงเสียงสระเดี่ยวในภาษาไทยตามตำราคือ

  • [i] (อิ) ลิ้นส่วนหน้ายกสูง ปากเหยียด เสียงสั้น
  • [iː] (อี) ลิ้นส่วนหน้ายกสูง ปากเหยียด เสียงยาว
  • [ɯ] (อึ) ลิ้นส่วนกลางยกสูง ปากเหยียด เสียงสั้น
  • [ɯː] (อือ) ลิ้นส่วนกลางยกสูง ปากเหยียด เสียงยาว
  • [u] (อุ) ลิ้นส่วนหลังยกสูง ปากห่อ เสียงสั้น
  • [uː] (อู) ลิ้นส่วนหลังยกสูง ปากห่อ เสียงยาว
  • [e] (เอะ) ลิ้นส่วนหน้ากึ่งสูง ปากเหยียด เสียงสั้น
  • [eː] (เอ) สิ้นส่วนหน้ากึ่งสูง ปากเหยียด เสียงยาว
  • [o] (โอะ) ลิ้นส่วนหลังกึ่งสูง ปากห่อ เสียงสั้น
  • [oː] (โอ) ลิ้นส่วนหลังกึ่งสูง ปากห่อ เสียงยาว
  • [ɤ] (เออะ) ลิ้นส่วนกลางระดับกลาง ปากกึ่งเหยียด เสียงสั้น
  • [ɤː] (เออ) ลิ้นส่วนกลางระดับกลาง ปากกึ่งเหยียด เสียงยาว
  • [ɔ] (เอาะ) ลิ้นส่วนหลังกึ่งต่ำ ปากห่อ เสียงสั้น
  • [ɔː] (ออ) ลิ้นส่วนหลังกึ่งต่ำ ปากห่อ เสียงยาว
  • [ɛ] (แอะ) ลิ้นส่วนหน้าเกือบต่ำ ปากเหยียด เสียงสั้น
  • [ɛː] (แอ) ลิ้นส่วนหน้าเกือบต่ำ ปากเหยียด เสียงยาว
  • [a] (อะ) ลิ้นส่วนหน้าลดต่ำ ปากเหยียด เสียงสั้น
  • [aː] (อา) ลิ้นส่วนหน้าลดต่ำ ปากเหยียด เสียงยาว

สระประสม คือสระที่เกิดจากสระเดี่ยวสองเสียงมาประสมกัน เกิดการเลื่อนของลิ้นในระดับสูง ลดลงสู่ระดับต่ำ ดังนั้นจึงสามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'สระเลื่อน' มี 3 เสียงดังนี้

  • [ia:] (เอีย) ประสมจากสระ อี และ อา
  • [ɯa:] (เอือ) ประสมจากสระ อือ และ อา
  • [ua:] (อัว) ประสมจากสระ อู และ อา

ในบางตำราจะเพิ่มสระสระประสมเสียงสั้น คือ เอียะ เอือะ อัวะ ด้วย แต่ในปัจจุบันสระเหล่านี้ปรากฏเฉพาะคำเลียนเสียงเท่านั้น เช่น เพียะ เปรี๊ยะ ผัวะ เป็นต้น

[แก้] วรรณยุกต์

เสียงวรรณยุกต์ ในภาษาไทย (เสียงดนตรีหรือเสียงผัน) จำแนกออกได้เป็น 5 เสียง ได้แก่

  • เสียงสามัญ (ระดับเสียงกึ่งสูง-กลาง)
  • เสียงเอก (ระดับเสียงกึ่งต่ำ-ต่ำ)
  • เสียงโท (ระดับเสียงสูง-ต่ำ)
  • เสียงตรี (ระดับเสียงกึ่งสูง-สูง)
  • เสียงจัตวา (ระดับเสียงกึ่งต่ำ-ต่ำ-กึ่งสูง)

ส่วน รูปวรรณยุกต์ มี 4 รูป ได้แก่

ทั้งนี้คำที่มีรูปวรรณยุกต์เดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมีระดับเสียงวรรณยุกต์เดียวกัน ขึ้นอยู่กับระดับเสียงของอักษรนำด้วย เช่น ข้า (ไม้โท) ออกเสียงโทเหมือน ค่า (ไม้เอก) เป็นต้น

[แก้] ไวยากรณ์

ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด คำในภาษาไทยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปไม่ว่าจะอยู่ในกาล (tense) การก (case) มาลา (mood) หรือวาจก (voice) ใดก็ตาม คำในภาษาไทยไม่มีลิงก์ (gender) ไม่มีพจน์ (number) ไม่มีวิภัตติปัจจัย แม้คำที่รับมาจากภาษาผันคำ (ภาษาที่มีวิภัตติปัจจัย) เป็นต้นว่าภาษาบาลีสันสกฤต เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูป คำในภาษาไทยหลายคำไม่สามารถกำหนดหน้าที่ของคำตายตัวลงไปได้ ต้องอาศัยบริบทเข้าช่วยในการพิจารณา เมื่อต้องการจะผูกประโยค ก็นำเอาคำแต่ละคำมาเรียงติดต่อกันเข้า ภาษาไทยมีโครงสร้างแตกกิ่งไปทางขวา คำคุณศัพท์จะวางไว้หลังคำนาม ลักษณะทางวากยสัมพันธ์โดยรวมแล้วจะเป็นแบบ 'ประธาน-กริยา-กรรม'

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

  • กำชัย ทองหล่อ, หลักภาษาไทย, กรุงเทพฯ :บำรุงสาส์น, 2533.
  • นันทนา รณเกียรติ, ดร. สัทศาสตร์ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2548. ISBN 974-571-929-3.

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น



wymiana linkami system wymiany linków SEO Tools tanie kredyty gotówkowe kreatyna Plaza 3 star hotel Los Angeles krynica noclegi Sejm Tyk